ประสบการณ์การทำงาน

เรื่องเล่าชีวิตนายจิรายุ จากวันนั้นสู่วันนี้ เราได้ทำงานๆ ที่หนึ่งจากบริษัทองค์กรใหญ่ทำให้ได้เรียนรู้ชีวิตคนมากมาย หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ทั้งความรู้ในด้านเทคนิคและความรู้ในการใช้ชีวิตทุกคนที่ผ่านเข้ามาก็มีทั้งดีและไม่ดี โดยส่วนตัวเองนั้นก็ไม่ใช่คนดีเสียเท่าไหร่มีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวเอง เมื่อครั้งแรกๆที่เข้ามาไฟที่ใช้ชีวิตจะค่อนข้างมากแะทุ่มทุนสร้างโดยทำงานไม่หวังสิ่งใดๆ แต่สิ่งที่ได้รับก็ค่อนข้างมากมายทั้งความรู้การทำงานกับอุปกรณ์และการทำงานกับคนเดี๋ยวจะขอเล่าไปทีละ ช็อตนะครับจากวันที่เซ็นสัญญาวันแรกของการทำงานคือวันที่ 1/07/2557 จนถึงปัจจุบัน

งานด้าน Technical

สำหรับตำแหน่งหน้าที่การงาน ณ เวลานี้คือ System Engineer งานที่ได้ทำจะเป็นงานในฝั่ง Infrastructure ทั้งงาน Server , Network และงาน Storage โดย 2 เดือนแรก(เมื่อเดือนที่ 7/2557 – 9/2557)ที่ได้เรียนรู้จะเป็นงาน Virtualization ซึ่งตอนแรกๆ ที่เข้ามาแทบจะไม่รู้เลยว่า Server แต่ละตัวทำงานยังไง มันมี Interface Network ยังไงต่อเข้ากับระบบยังไง Firewall มันเกี่ยวข้องกับระบบตรงไหน รู้แค่ Network Routing จากเนื้อหา CCNA เท่านั้นเอง แต่สองเดือนแรกในการ Boost Rank ในวิชา Virtual มาถึงโปรเจ็คแรกในเดือนแรกก็เจอเลยครับ งานติดตั้งระบบแทบจะ Full Stack 555+ คือมี Server UCS C Series ตัวเล็กๆ 2 ตัว Switch Cisco 2960X 2 ตัว , VMware ชุดหนึ่ง และก็ NetApp Storage ตัวหนึ่ง โดยต่อ Server กับ Storage กันผ่านโปรโตคอล iSCSI ตอนนั้นเครียดมาก แต่ก็เรียนรู้และผ่านไปได้ 555 แต่ก็สามารถจบมันไปได้ภายในหนึ่งเดือน ต่อมาก็โดนไล่ให้ไปสอบ Certificate เพราะยังไม่ผ่านโปรเลย ก็เร่งสอบให้รีบผ่านภายในไม่เกิน 4 เดือน แต่ก็สอบได้ตอนเดือนที่ 3 สบายๆ 55 (ตอนแรกก็คิดว่าจะยากอะไร แต่ถ้าเตรียมตัวมาดีๆก็ผ่านได้โดยง่าย) หลังจากนั้นโปรเจ็คที่เข้ามาก็จะเป็นโปรเจ็คใหญ่ที่ได้ติดตั้ง DR Site โดยมีอุปกรณ์หลายอย่างมากเช่น Cisco Nexus 7000 Nexus 5000 Nexus 2000 ทั้งเซ็ทพร้อมกับ SAN Switch แต่ค่อนข้างจะเป็นโปรเจ็คยาวววจริงๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการ Design ทั้งออกแบบทั้งติดตั้งต้องมาประชุมกันในแต่ละเรื่อง ทั้งเรื่อง Flow Network ที่ส่งผ่าน Firewall(ตัว Firewall ทางนี้ไม่ได้ทำเองโดยทีมที่ทำจะเป็น Vendor เจ้าอื่น) แต่ก็ทำให้ได้เห็นภาพรวมมากขึ้น เพราะการทำระบบต่างๆต้องเห็น Flow การวิ่งของข้อมูลที่จะวิ่งกัน หรือ Routing ข้าม Site แต่โปรเจ็คนี้ผมไม่ได้ทำเองโดยตรงนะ จะมี Senior คอยดูแล ทำได้แค่เป็นตัวประกอบและหน่วยม้าเร็วในการทำ DOC พร้อมกับเรียนรู้ 55555 โปรเจ็คนี้เพิ่งเสร็จเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ได้ทำจริงๆผมถึงกับเขียนโปรแกรมมาเป็น Script เพื่อสร้าง Config File มาแปะ เพราะอุปกรณ์รวมๆกันประมาณ 70 กว่าตัว ถ้าไปทำเองสดๆ คิดว่าต้องมีผิดพลาดแน่ๆ เลยจำเป็นต้อง Gen Config มาเพื่อไปแปะ 55 แต่ก็นะอาจจะมีผิดแต่ผิดจุดเล็กน้อยมากๆเรื่อง Description เพราะมันผิดแล้วมันผิดเลยยยยยยย แต่ก็เขียนสคริปมาแก้ทั้งหมดอีก สนุกสนานเลยทีเดียว

และแล้วก็มีโปรเจ็คที่แทรกซ้อนเข้ามาก็จะเป็น DR Site อันนี้ซีเนียร์ปล่อยให้ผมลงเลย ได้รู้จักในเรืองของ SAN เต็มๆก็โปรเจ็คนี้แหละ WWPN เอย การทำ Zoning เลย (แต่จริงๆก็ได้ทำหลายโปรเจ็คมากเกี่ยวกับเรื่องของ SAN) ว่า Server ต้องต่อ Storage ผ่าน Fibre Channel ยังไง ผ่าน SAN Switch ยังไง บลาๆ ที่ได้ทำบ่อยๆก็ CISCO MDS Switch แต่ว่ามีบางครั้งที่ MDS มันดันไป Merge Zone กับ Brocade ซึ่งแม่งท่ายาก 555 จริงๆมันก็ไม่ยากหรอกแค่เราไม่รู้ แต่เราก็ดันรู้ละ ก็เลยเกือบเป็นได้ลองเล่นดูมีทั้งการ Distribute Zone หากันทำ Zone ผ่าน Brocade ได้ Cisco ได้ อู้วหูว ก็ทำได้นี่นา และช่วงนั้นงาน NetApp ที่บริษัทก็ขายได้รัวๆและเร่ิมดัน NetApp Cluster Ontap ก็ได้ทำและโปรเจ็ค Cluster ก็ได้ทำมาอีกเยอะมากกกกกก ซึ่งจะเป็นทั้งติดตั้งใหม่ Design Volume Lun ให้กับระบบต่างๆ ตาม Requirement ของลูกค้า สนุกสนานมาก กลับมาที่งาน DR Site งานนี้มันเกี่ยวกับระบบอื่นๆเยอะไปหมด เพราะมันผูกกับ Flow พวก SQL Server , Firewall , Exchange Server ซึ่งจำเป็นต้องรู้ระบบที่ Sync หากันระหว่าง Site และผมก็ทำ Network ฝั่ง DR อีกด้วย ก็ปรึกษาทั้ง Senior และพี่ๆว่า Flow แต่ละอย่างควรวิ่งไปทางไหน แต่ก็เสร็จไปด้วยเกือบตาย เพราะคนเกี่ยวข้องเยอะมากกกก PM มาคุมโปรเจ็คก็เอาอยู่ฮ่าๆๆ

สุดท้ายงานที่ทำเรื่อยมาก็จะเป็น Storage NetApp , Nexus 5000 ที่ทำบ่อยๆ , MDS การทำ Zoning Certificate ที่สอบไปก็จะเป็น NCDA (NetApp อะไรสักอย่างลืมมม 555) CCNA(R&S,DC) ตอนนี้ยังไม่ได้สอบอะไรเพิ่มเลยฮ่าๆ

งานด้านคน

เนื่องจากทีมที่อยู่เป็นทีมที่ทำงานกันเร็วแล้วเทพมาก อิจฉาพี่ๆที่มีความสามารถในการทำงาน การเรียนรู้ค่อนข้างสูง กระผมเข้ามาใหม่ๆทำให้พบว่าการทำงานแบบนี้แหละ สังคมการเรียนรู้ค่อนข้างดี และทางผู้ใหญ่ก็เป็นตัวอย่างดีๆให้กับน้องๆ 555 อันนี้ค่อนข้างชอบเลย สไตล์การทำงานที่ Flexible แต่งานให้ไว คือถือว่าฝึกเป็นประสบการณ์ส่วนตัวได้อย่างดียิ่ง พยายาม Push Product ให้ไว Push งานมาให้ไวจากนั้นก็มาทดสอบระบบว่าทำงานได้ไหม หาจุดผิดพลาดของงานต่อไปเพื่อให้งานเนี้ยบที่สุด แต่โดยนิสัยเสียส่วนตัวของตัวเองเป็นคนที่ชิบหายมากเลย เป็นคนขี้เกียจและอาจจะต้องจุดไฟบ่อยๆ T_T แต่ก็พยายามสู้ชีวิตและเรียนรู้ต่อไปจ้า 555

เอ้อ อีกเรื่องในทีมการทำงานแบบนี้อาจจะต้องทีมเวิร์คและรับหน้าลูกค้าค่อนข้างเยอะ ซึ่งการจะไปพูดกับลูกค้าได้ข้อมูลที่เรามีจะต้องแน่นเพื่อสร้างความเชื่อใจให้แก่ลูกค้าจ้า ยังไงถ้าวัยน้องๆ นศ. เข้ามาอ่าน Blog นี้ก็ลองฝึกตั้งแต่เป็นช่วง นศ. นี่แหละกำลังดี ลองจากวิชาที่เรียนในห้องถ้าอาจารย์ให้การบ้านมาก็ปั่นให้เสร็จ ก่อนเรียนก็อ่านหนังสือก่อนเข้าไปเพื่อไป Discuss เนื้อหาข้างในห้องกับอาจารย์ ถ้าทำได้แบบนี้รับรองชีวิตดีแน่นอนจ้า

บทวิเคราะห์ในการมองโลกข้างหน้า

จากที่ดูเทรนด์ในการทำงานในโลกอันใกล้นี้ค่อนข้างจะเปลี่ยน ระบบ Traditional ต่างๆการวางระบบเซิฟเวอร์แบบเดิมๆ ซื้อ Server Storage อาจจะเริ่มโดนแย่งชิงตลาดจากการซื้อ Cloud เนื่องจากตัว Infrastucture ทางนั้นค่อนข้างจะเพียบพร้อมแต่ถามว่า Traditional ยังคงอยู่มั้ยมันก็คงอยู่ แต่ว่าในลูกค้าระดับล่าง กลาง ก็หันมาใช้ทางนี้น่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการวางเซิฟเวอร์ตัวใหญ่ๆ ไว้เองภายใน Datacenter ซึ่งจะต้องดูงบประมาณทั้ง Server ค่าดูแล ค่าห้อง ค่าไฟ บลาๆ เยอะมาก เมื่อหันไปเทียบกับเซิฟเวอร์บน Cloud ดูท่าจะสะดวกและประหยัดงบประมาณมากกว่า ยังไงตรงนี้ในยุคนี้แหละก็คงต้องหัดเรียนรู้จัก Digital Ocean , AWS ไว้บ้าง หรือลองสร้าง Server หลังบ้านไว้เล่นๆ ดูครับ

แล้วก็ Infrastructure ต่างๆของระบบเครือข่ายก็อาจจะต้องยุ่งกับ API ซึ่งการเขียนโปรแกรมก็คิดว่าสำคัญเช่นกันเช่นหากเรามี Switch ทุกตัวอยากจะมีระบบๆนึงในการ Monitor ว่าอุปกรณ์เสียนะ พัดลมเสียนะ Power เจ๊งนะ ถ้าจะให้คนเข้าไปดูไล่เช็คแต่ละตัวในเรื่องของการทำ PM ก็อาจจะช้าเกินไปหากระบบนั้นสำคัญและทำให้ระบบเดี้ยงไปซะก่อน ถ้ามี Tools ดีๆในการ Monitor หรือ เขียนโปรแกรมเพื่อดึงข้อมูลในส่วนนี้มาเช็คได้เรื่อยๆ อาจจะค่อนข้างดีกว่า หรือการเขียน API เพื่อไปคอนฟิกอุปกรณ์หลายๆร้อยตัว หรือว่าคอยเช็ค Log ต่างๆที่ผ่านไปผ่านมา น่าจะประยุกต์ได้ค่อนข้างเยอะ จงเรียนรู้เถิดจิรายุ 555 โลกมันยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะมากกกกกก เลยยยยย

 

สุดท้ายยังไงก็ต้องเรียนรู้เรื่องภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันด้วยนะะะ การใช้ภาษาอังกฤษ ถึงผมจะไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษเท่าไหร่แต่ก็พยายามอ่านหนังสือเรียนรู้มันเรื่อยๆ มันสำคัญมว๊ากกกกกกกเลยยย จบละวันนี้มาเขียนเท่านี้เด้อ บะบ้ายยยยย

 

เนื้อหาเขียนจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนโดยตรงครับ

หากมีข้อสงสัยก็ติดต่อ Msg มาได้เลยจ้า 55

Advertisements

เขียนจนปากกาหมึกหมด ..

สวีดัส สวัสดีครับ กลับมาเขียนบล็อกอีกแล้วจากที่ไม่ได้เขียนมานาน พอดีช่วงนี้ทำงานหนักก็เลยไม่ได้มีเวลามานั่งเขียนบล็อกเลย ฮ่าๆ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

ก็สืบเนื่องจากวันนี้นั่งอ่านหนังสือไป จดกระดาษไปแต่ทว่าปากกาที่ใช้จดอยู่นั้นหมึกก็ทยอยๆเบาบางและหมดลงอย่างช้าๆ(ซึ่งปกติผมจะทำหายบ่อยๆ หรือเรียกว่าไม่ได้ดูแลมันนั่นเอง) ทำให้ผมคิดถึงเรื่องนึงขึ้นมาว่า การที่เราใส่ใจดูแลอะไรบางอย่างที่มันคู่กับเรามาจนถึงวาระสุดท้ายของมันก็เป็นความรู้สึกแบบหนึ่งที่ค่อนข้างดีรู้และเสียใจที่มันหมดไปแล้ว 55 เราคิดถึงอะไรไหม สิ่งของที่อยู่รอบตัวเราที่เราใช้งาน สัตว์ที่อยู่คู่กับเรา เราใส่ใจดูแลมันมั้ย  ร่างกายเราที่อยู่กับเรา เราดูแลมันหรือเปล่าก่อนที่มันจะถึงวาระสุดท้าย หรือคนที่อยู่ข้างๆเราไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือคนรอบข้างเรา เราใส่ใจที่จะดูแลสิ่งนั้นหรือยัง ได้เดินทางร่วมกันกับเขา ความสุขที่เกิดขึ้นกับเขา ช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน .. ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็จะไปถึงวาระสุดท้ายด้วยกัน

สุดท้ายจะฝากไว้ว่าอย่าลืมดูแลใส่ใจกับคนรอบข้างก่อนที่เขาจะหายไปครับ

.

.

ปล. ด้วยอารมณ์ของผมล้วนๆ วันนี้มาเขียนสั้นๆ ฮ่าๆ

เวลาของฉัน

เล่าจากชีวิตตัวเอง จริง ๆ มีช่วงมหาวิทยาลัยมีเยอะมาก แต่มันยาวขอสรุปสั้น ๆ ดีกว่า ฮ่า ๆ มันมีแนวคิด ๆ หนึ่งที่บอกว่า Learning Curve เราจะสูงช่วง First 20 Hours จากนั้นเราก็เรียนรู้ต่อไปเพื่อเป็น Specialist ทางด้าน นั้นๆ

เกริ่นเท่านั้นแหละ มาเข้าเรื่องเลย ถ้าเรามองชีวิตประจำวันเรา ทำงาน กิน เล่นเกม นอน (อันนี้ชีวิตผมเองนะ หลายอีกหลายๆคนคงเป็น)

วันธรรมดา

ทำงาน 9:00 – 17:00 (โดยประมาณ)

เดินทาง กินข้าว บลาๆๆ ถึงห้องประมาณ 19:00 ในแต่ละวัน

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ช่วงนี้แหละ ช่วงเวลาหลังจากนี้การบริหารเวลาที่ต้องจัดการ บางคนเลือกเส้นทางไม่เหมือนกันเช่น

19:00++ เราทำงานที่ค้างอยู่ถึง 22:00 แล้วเราก็เล่นเกมต่อออออ ยาวๆๆๆๆๆ

19:00++ เราขอพักผ่อนดูทีวีละ บลาๆๆๆๆ ขี้เกียจ เข้านอน 22:00 ละ

แต่ ไอ้มนุษย์แบงค์(เจ้าของบล็อกนี่แหละ) ทำอะไร รู้ไหม เคยทำแบบนี้ เลิกงานมาถึงห้อง 19:00 โดยประมาณ

เล่นเกมครับ Dota2 เลย เมื่อสมัยไหนไม่รู้ ยาวๆๆๆ 19:00 – 24:00 หลายวันก็ถึง ตี 1 – 2 ก็มี คืนวันศุกร์นี่ถึงเช้า ในส่วนนี้ไม่รวมถึงเสาร์ – อาทิตย์นะ เสาร์อาทิตย์ไม่ต้องพูดถึงเล่นที 10 ชั่วโมงต่อวันเลย ผมคิดไปเลยเป็นเลขกลมๆ

โถ่ววว ทำไมละครับ ลองนึกถึงเวลาที่ใช้ไปกับมันสิ ผมตีให้เลยต่ำสุดๆ เฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง ถ้าเราเอาเวลาตรงนี้มาคำนวณดูนะครับ

5 * 30 = 150 ชั่วโมง <– นี่แค่หนึ่งเดือน รู้หรือเปล่าครับว่าเราเอาไปจำแนกเป็นอะไรได้บ้างในหนึ่งเดือน

30 ชั่วโมงเอาไปอยู่กับครอบครัว คนใกล้ชิด (ครอบครัว)

30 ชั่วโมงเอาไป เที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือเอาไว้เล่นเกมวันละ 1 ชั่วโมงก็ได้

30 ชั่วโมงเอาไป เข้าคอร์สหรืองานสัมนาอบรมต่างๆหรือพวกงาน meetup ต่างๆ

30 ชั่วโมงเอาไป บริจาคสังคมเพื่อช่วยเหลือโลก หรือพัฒนาประเทศ

30 ชั่วโมงเอาไปเรียนรู้สิ่งใหม่ หรือเพิ่มเติมกับสิ่งเดิม ๆ ให้มันเป็นแข็งแกร่งมากขึ้น

ผมไม่ได้บอกว่าเกมนั้นแย่ แต่อยากให้ลองเปลี่ยนจากที่เคยทำอะไรเก่าๆ เล่นเกมบ่อยๆ แล้วลองมาทำอย่างอื่นดูจะได้เห็นมุมมองอื่นๆ ที่เราไม่เคยเห็นนอกจากเกมครับ แล้วชีวิตเราจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปครับ

เชื่อเถอะครับ เริ่มลงมือตั้งแต่วันนี้ ลองมองทุกอย่างให้เป็นภาพรวมและปฏิบัติตามที่เราคิดมันขึ้นมา รับรอง มันจะเปลี่ยนไป !!!

เพิ่มเติม : แถมวิดีโอให้ดูเกี่ยวกับกฎ 20 ชั่วโมง https://www.youtube.com/watch?v=5MgBikgcWnY โดย Josh Kaufman

จริงๆ มีกฎ 10000 ชั่วโมงด้วย ลอง search ใน google/youtube ได้เลยนะครับ

จะสอนเรื่องการใช้เงินในแต่ละวัน สำหรับมนุษย์เงินเดือน

จากที่สังเกตแต่ละคน ที่ทำงานมีเงินเดือนใช้ แต่ว่าไม่มีเงินเก็บ เงินเหลือใช้ก่อนถึงสิ้นเดือน มาาา เดี๋ยวผมจะบอกสูตรสั้นๆๆ ในการเก็บเงินไม่มีไรมากเลยยยย

สมมตินะครับสมมติ ว่าเงินเดือนที่รับเข้ามา 18000 บาท เริ่มจากหักก่อนเลย

ค่าเช่าห้องสมมติตีไป 5000 บาท <รวมน้ำไฟ>

ค่าโทรศัพท์ 1000 บาท + อินเตอร์เน็ต(มือถือ)

ค่าเดินทาง 1500 บาท

ที่นี้มันจะหายไปละ 7500 บาท เราจะเหลือ 10500 บาทนะครับ ตรงส่วนนี้แหละสำคัญ

หักเงินเก็บไปก่อน 3000 บาท หักไปเถอะ เข้าบัญชีอื่นเลยนะแล้วห้ามยุ่ง เพราะถ้าอยู่บัญชีหลักเราเห็นตัวเลขในบัญชีแล้วมันเหมือนจะเยอะ เราเลยกดตังมาใช้ได้ง่ายๆ

เหลือ 10500-3000= 7500 เดือนนึงใช้จ่ายค่ากิน วันละ 200 บาท สามารถทำได้หรือไม่ไม่ฟุ่มเฟือยครับ อันนี้ค่ากินครับ จริงๆถ้าเรามองแบบ คร่าวๆนะครับ อันนี้ก็ไม่ถึงกับอดอยากนะครับ อย่าติดหรู 200*30 ก็ = 6000 แล้วเหลือ 1500 บาทครับ

1500 บาทนี้ เอาไปใช้ให้เต็มที่เลยครับอยากใช้อะไรก็ได้ อยากเที่ยวอะไรก็เที่ยว ดูหนัง บลาๆๆ หรือไม่ก็ เอาไว้ซื้อเครื่องใช้ส่วนตัวครับ

เราต้องมองเงินที่ภาพรวมแบบใหญ่ๆ เช่นถ้าสมมติเรากินข้าว วันละ  200 เนี้ย พอมาตกวันเสาร์อาทิตย์เราอาจจะอยากกินเบาๆ ประหยัด ซื้อกับข้าวมา 300 บาทกินตั้งแต่เย็นวันศุกร์แล้วก็อุ่นกินเอาจนถึงวันอาทิตย์ คิดดูสิ มันประหยัดมากนะ สบายๆครับ ไม่ยาก แค่นี้เอง

เงินเดือนน้อยๆนี่เพราะเราเริ่มทำงานใหม่ก็อดทนไปก่อนครับ ปีที่สอง ปีที่สามเราก็มีเงินเดือนมากขึ้นเพิ่มอัตราการเก็บเข้าไปครับ

ปล. สูตรนี้ใช้ที่ กทม นะครับ บางคน Optimize ได้ต่ำกว่านี้ครับ ค่าเดินทางเป็นรถเมล์บ้างผสมกับ bts บ้างครับ ไม่มีปัญหาอะไรลดลงอีก ไม่ยากครับ แค่นี้เอง มีเงินเก็บด้วยครับ

ปล2. เงินเก็บนี่ยังไม่รวมโบนัสนะครับ สำหรับบางบริษัทที่มีเราก็เอาเงินก้อนนั้นเก็บเลยครับ หรือไม่ก็เฉือนมาซัก 30% มาใช้ก็ได้ครับ

จบสำหรับการพิมพ์ในเรื่องนี้ครับ

คำแนะนำในการดำเนินชีวิตประจำวัน

ชีวิตการเติบโตของคนเราควรจะมีสิ่งที่เรียกว่า Competitive เข้ามา

.

.

.

ถามว่าเพราะอะไร ???

… ถ้าเราหยุดนิ่งอยู่กับที่ หรือมีการขยับไปนิ่งๆ ชีวิตจะพัฒนาช้าและตามไม่ทัน สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง แต่คำว่า Competitive ในที่นี้คือการพัฒนาตน มิใช่พัฒนาไปโดยไม่แบ่งปันหรือแข่งขันเกินจนเห็นแก่ตัวครับ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ การ Competitive ที่ผมหมายถึงจะเป็นการสร้างกรอบการแข่งขันของตัวเรา กดดันตน เพื่อการพัฒนาไปให้ไว ซึ่งงหากมีกรอบๆนี้ในการพัฒนาในเมื่อมันใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น เราจะได้เห็นผลแตกต่าง ผลต่างๆ มันจะก้าวไปไกล โดยที่เราไม่รู้ตัวทันที

แนะนำ Youtube Channel สำหรับการเรียนรู้สายวิศวกรรม

link: https://www.youtube.com/user/ElearningEng/playlists?sort=dd&view=1

สำหรับลิงค์ที่แปะ จะเป็น Channel ของ วิศวะฯ จุฬาฯ ที่เขาทำเอาไว้ ผมว่ามันสุดยอดมากๆเลยครับ มีทุกวิชามีหลากหลายวิชาทั้งยังมีในเรื่องของ การสัมนาต่างๆ งานบรรยายต่างๆ อย่างเช่น Data Science ที่เคยมีคนไทยเข้าไปทำงานบริษัทระดับโลกเพื่อมาบรรยาย ยังไงก็มันเป็นความรู้แน่นอน ครับ